Title : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama And Angst
Rate : PG-15
Pairing: 1827
Summary :


‘ความใจดีและความอ่อนโยนที่ไร้รัก... ก็ไม่ต่างอะไรเอาน้ำกรดราดผิว’

..เจ็บปวดและแสบร้อน..
..เกินทานทน..


เพลงประกอบ : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ
ศิลปิน : ดัง พันกร

 

 

********************************************

 

 


ร่างของเหล่าสัตว์กินพืชชั้นต่ำร่วงหล่นราวใบไม้ร่วง ยามท่อนโลหะเหล็กสีเงินตวัดฟาดฟัน โลหิตหลั่งเจิ่งนองทั่วพื้นราวจะย้อมปฐพีให้เป็นสีแดงที่ชุ่มโชกด้วยหยาดหยดสีครั่ง ท้องนภาครื่นครั้นหม่นแสง.. และไอแห่งความเยียบเย็นกรุ่นกำจาย... ละอองเม็ดฝนที่พร่างพร่ำทีละน้อยตกสัมผัสเสื้อสูทสีดำสนิทตัวนอกจนซึมชื้น...ลามไปถึงเสื้อเชิ้ตตัวใน นัยน์ตาสีดำสนิทดุจเดียวของผู้ล่าแหงนมองสีสันของยามนภาร่ำไห้...


..น้ำตาของ ‘นภา’ ที่กล่าวขวัญกันว่าสว่างไสวเกินผู้ใด


พิรุณปรายโปรยเรื่อยร่ำมิขาดสาย..ชะล้างกลิ่นสาบสางเหียนหืนของคาวเลือดสดใหม่ สายน้ำไหลเอื่อยตามแรงโน้มถ่วงสู่ที่ต่ำกว่า กระนั้นแล้วร่างสูงโปร่งที่ยืนเพียงลำพังก็ยังนิ่งงันมิเคลื่อนขยับแต่อย่างใด โดยสายตามิได้ละจาก ‘นภา’ ซึ่งบัดนี้ถูกคลี่คลุมด้วยเมฆาสีเทาเข้มหนาและวรุณหยดหยาดเป็นเส้นสาย


ตัวตนของเมฆาอันอิสระเสรีสมดั่งที่มันสามารถล่องลอยไปได้ทุกแห่งหน และมิถูกสิ่งใดยึดจับ..ครอบครอง... หากบ่วงแร้วที่พันธนาการเมฆาจนดิ้นไม่หลุด... และไม่อาจจากไปไหนได้ก็คือ ‘นภา’


ไม่ว่าจะชืดเฉย...เย็นชา.. หรือทำราวมิสนใจให้ความสำคัญเพียงไร..  เมฆาก็ยังคงรั้งอยู่เคียงนภามิไปไหน.. ดูแลไม่ห่างหาย 

 

 

‘นภา ’
...สิ่งสำคัญที่มิอาจหาสิ่งใดเทียบเทียมเสมอเหมือน...


‘นภา’
...ซึ่งเมฆาแสนหยองหยิ่งผู้นี้จะมอบกาย..ถวายชีวิตให้ก็มีเพียงหนึ่งเท่านั้น...

 

...ซาวาดะ สึนะโยชิ...


เธอคนเดียวเท่านั้น

 

 

 

 

 

 


หยดหยาดของเส้นสายวารีพร่างพรมอย่างไม่รู้หน่าย... คลอล้นดวงหน้าอันไร้อารมณ์... ตรงข้ามกับแววตาหม่นร้าว...  สัมผัสของความเปียกชื้นจากใครคนนั้นยังมิเหือดหายไป... เช่นเดียวกับตะกอนซึ่งถมทับในเบื้องลึกของ
จิตใจ..


เพราะน้ำตา..และความเศร้านั้น..

..ไม่ใช่ของเขา...


แต่มีเพื่อสายหมอกแสนลวงตาผู้นั้น


จึงได้รู้แน่ชัด...
ตลอดเวลาที่ผ่านมา...
ความอ่อนโยน.. ความใจดี... และความเชื่อใจ


การให้ความสำคัญ...
แม้จะได้รับมากกว่าผู้พิทักษ์คนใด... ก็ยังพ่ายสายหมอกมากเล่ห์นั้นอยุ่ดี

 

 

 

 

 

 


ในค่ำคืนที่แสนเงียบงัน จันทราส่องแสงเพียงบางเบาลอดผ่านกระดาษสาของบานประตูเลื่อน ทิ้งเงาไม้ใหญ่ให้ทอดนิ่งบนผืนเสื่อทาทามิ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมผะแผ่วคล้ายพลอดกระซิบคำรักแสนหวานแก่กัน เช่นเดียวกับสองร่างที่ตระกองกอดกันเหนือฟูกนอนหนานุ่ม


เสียงผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสงบบ่งบอกว่านิทรารมย์กำลังดำเนินไปอย่างงดงาม ท่ามกลางภาพฝันอันสุกสว่างและสดใส รอยยิ้มบางทาบประดับบนริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อ ซึ่งรสชาตินั้นหวานล้ำมิต่างจากน้ำผึ้งจันทร์เพ็ญ เส้นผมสีน้ำตาลระปรกใบหน้าขาวเนียนบดบังเสี้ยวหน้าละมุนไปกว่าครึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวจึงเกี่ยวเส้นไหมนุ่มสลวยนั้นมาพันเล่น... ซ้ำยังเกลี่ยให้อย่างเบามือ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอประกายรอยเอ็นดูเปิดเผย

 

...เหมือนเด็ก

ฮิบาริคิด ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไร เค้าที่ดูอ่อนเยาว์ว่าอายุจริง นิสัยอ่อนโยน...ขี้ระแวง.. หวาดผวาง่าย... และใจดีอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้จะถูกซ่อนไว้ภายใต้ภาระที่ต้องแบกรับ หากในเนื้อแท้กลับมิมีอะไรเปลี่ยน..


..ยังคงเป็น ‘นภา’ ซึ่งอ่อนโยนและอบอุ่นมิคลาย..


“...ม...ร...”

ภวังค์ความคิดถูกฉุดรั้ง... ให้เบือนความสนใจไปยังร่างเล็กในอ้อมแขนที่เริ่มดิ้นกระสับกระส่าย คิ้วเรียวขมวดหม่นคล้ายฝันร้าย ใบหน้าหวานเหยเก... พอๆ กับเหงื่อกาฬที่ไหลพรากราวจับไข้ ริมฝีปากพึมพำแทบไม่ได้ศัพท์.. หากสองแขนบางๆ กลับมีแรงมากอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเจ้าตัวพยายามตะกุยตะกายคว้านหาบางสิ่ง..

 

บางสิ่ง...
ที่แสนสำคัญ...


บางสิ่ง...
ที่ครุ่นคิดถึงทุกเชื่อวัน...


บางสิ่ง...
ที่ซ่อนเร้นมิให้ผู้ใดล่วงรู้

 

“มะ....โร่...”


และในขณะที่คว้าจับได้เพียงความว่างเปล่า...  หยาดน้ำตาก็ร่วงรินจากนัยน์ตาคู่โตที่มิเปิดลืม... ดุจเส้นสายจากฟากฟ้า ยามนภาหม่นหมองจนต้องร่ำไห้ ร่างสูงจึงตัดสินใจรั้งร่างนั้นเข้าสู่อ้อมแขนอีกครา... พร้อมสวมแน่นราวจะถ่ายทอดความอบอุ่นจากผิวกายนี้... และยืนยันให้ได้รับรู้ว่ายังมีผู้หนึ่งจะไม่จากไปไหน...

 

..อยู่ตรงนี้

จะไม่หนีหาย...
จะไม่จากไกล..
จะเคียงข้าง..

และ..
..จะอยู่กับเธอเสมอ..

 

ไหล่บางสั่นเทาราวลูกนก ฝ่ามือเนียนเกาะแน่นกับยูคาตะตัวบางจนยับย่น ใบหน้าหวานละมุนซบกับอกแกร่งทั้งน้ำตา ผ้าสีขาวบางๆ เปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำที่พร่างพรมจากนัยน์ตาคู่โต และราวกับยังคงอยู่ในฝันร้าย... ไม่ก็มีภาพเหตุการณ์ ณ ห้วงฝันคงติดตรึง ริมฝีปากบางๆ จึงได้เอื้อนเอ่ยดุจพร่ำเพ้อ


“อย่าไป.. อย่าไปไหนน่ะ...” มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กแผ่วเบาด้วยสัมผัสที่เปี่ยมล้นการปลอบประโลม


..เสียงสะอื้นดังสะท้อนเรื่อยร่ำ..


“นะ..” มือเรียวกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกนิด

 

..เหมือนการสะท้อนของเสียงแห่งความแตกสลาย...


“มุคุโร่..” สองมือตกลงข้างตัว...


..อย่างมิอาจประคองสิ่งใดไว้ในอ้อมแขนได้อีกต่อไป..

 

 

 

 


**********************


หากความรู้สึกที่มีให้แก่เป็นเพียงความห่วงใย..
แล้วอ้อมแขนของตนเป็นเพียงเงาแทนของใครสักคน..


สิ่งนั้น..
ทำให้เจ็บถึงเพียงไหนกันนะ?


**********************

 

 

 

 

 

 

 

 

 


“คุณฮิบาริ...”

กระแสเสียงหวนโหยและอ่อนแรง ดวงตาสีน้ำตาลใสซึ่งมักมีน้ำหล่อเลี้ยงจนแวววาวอยู่เสมอแห้งผาก ถึงจะมีร่องรอยแห่งความโรยราในชีวิตที่ใกล้มอดดับก็ยังคงไม่ละทิ้งความอ่อนโยน


..เป็นความอ่อนโยนที่เขาเกลียดนัก


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...สัญญากับผมได้ไหมครับ?”


สัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือนุ่มนิ่มที่เคยอบอุ่นยิ่งกว่าใคร ตอกย้ำในความบอบบางของชีวิตที่กำลังจะปลิดปลง..ดับหาย...ราวเปลวเพลิงไหวลู่ต้องสายลม


“สัญญานะครับ.. ว่าจะไม่ทิ้งทุกคน”


โดยไม่รอคำตอบ...
เจ้าของสัญญา...ผู้กล่าวคำก็หลับตาลง..

 

...ในการนิทราที่แสนยาวนาน...

 

“แล้ว... จะให้ฉันให้คำตอบอย่างไร”

อินทรีแกร่งที่สยายปีกปกปักษ์นามิโมริมาเนิ่นนานเอ่ยถาม หางเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ด้วยไม่สามารถข่มความปวดร้าว... จะลามเลีย..แทรกซึมไปทุกอณู... กัดกร่อน... ทำลายดวงใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาให้ผุพัง

 


เพราะนี้เป็น ‘นภา’ เพียงหนึ่งเดียว

ซึ่งมอบชีวิตให้

 


กระนั้นแล้ว..
หากปกป้องไม่ได้..

จะมีความหมายอะไร?


ร่างสูงโน้มลงแตะริมฝีปากบนหน้าผากเนียนแผ่วเบา แววตาทอดความอาลัยสุดใจ... ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมนุ่มนิ่มมาพันเล่นอย่างเลื่อนลอย

 


รู้ไหม?

“ความใจดีและความอ่อนโยนที่ไร้รัก... ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำกรดราดผิว”


..แล้วจรดลงบนริมฝีปากบางที่เริ่มซีดขาวและเย็นเยียบ..


..เจ็บปวดและแสบร้อน..
..เกินทานทน..

 

 


The End.

 

Talk Zone : ชั่ว... งานการไม่เดิน... นั่งปั่นฟิคเศร้าแก้เสี้ยน?ไปเรื่อย...  Hibari FC ให้อภัยลินเถอะนะค่า~!!!!!!!!

 

[Song Fic ]..รอแค่เธอ..[6927][No.1]

posted on 22 Jun 2008 17:31 by yumi-lina  in NovelFiction

Title : รอแค่เธอ
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Romance And Drama 
Rate : PG-13
Pairing: 6927
Summary :

‘การรอคอยสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง... มันเจ็บปวดนะครับ’

เพลงประกอบ : รอแค่เธอ
ศิลปิน : Mataba

 


********************************************

 

 


ในความมืดมิดที่ลึกที่สุดของปราการเหล็กที่ไร้ช่องทางหลบหนี มืดมิด...และเยียบเย็น... ราวปรารถนาจะกรีดดวงใจผู้ถูกคุมขังให้ขาดริ้วด้วยความเหน็บหนาว..และเย็นชา หลอดแก้วมากมายนับไม่ถ้วนซึ่งภายในคือร่างที่ถูกพันธนาการ.. โทษทัณฑ์ที่ได้รับนั้นหนักหนา จนแม้ดับดิ้นสิ้นลมหายก็มิอาจถ่ายถอน... ได้แต่ผนึกตรึง...กักขัง...อยู่เพียงกับความมืดมิด... ไร้ซึ่งแสงสว่างหรือสรรพเสียงใดให้สดับฟัง..


..ดุจพวกเขาเป็นประหนึ่งจำนวนความผิดบาปแสนมหันต์ของมวลมนุษย์..


หากมีดวงจิตดวงหนึ่งกลับมิทุกข์ร้อน... หรือไม่ก็อาจช้าชินกับสถานที่เช่นนี้ ดวงเนตรสีไพลินน้ำงามกับทับทิมแดงดุจโลหิตปิดสนิท.. นัยน์ตาต่างสีซึ่งแสนไม่เข้าคู่... แต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ...มายาลวงตา...อันร้ายกาจเกินจินตนาใดจะฝันถึง..


เปลือกตาข้างหนึ่งมีกระบอกเหล็กทาบไปกว่าครึ่งใบหน้า... ปิดกั้น..มิอาจให้พลังอำนาจอันร้ายกาจได้สำแดงฤทธิ์ พอๆ กับที่ร่างสูงโปร่งตรึงรั้งด้วยสายโซ่เส้นหนาและตรวนมืออันใหญ่ สายน้ำคอยหล่อเลี้ยงให้ร่างลอยคว้างอยู่กึ่งกลาง


กระนั้นแล้ว...
จังหวะลมหายใจเข้าออกก็ยังผ่อนเขาออกอย่างสม่ำเสมอ... ราวไม่รู้ร้อนหนาว.. แม้ตนจะถูกกักขังชั่วนิจนิรันดร์และไม่อาจพบพานแสงสว่างใดได้อีก..


คงเพราะแท้ที่จริงแล้ว..

..แสงสว่างนั้นไม่เคยจากไหน..

 

แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของสายหมอกอันมืดมิด

 


..วองโกเล่


เสียงของจิตใต้สำนึกพร่ำเพรียกหา... ถึงนภาอันสว่างไสว...และอ่อนโยน.. ยิ่งกว่านภาผืนใดบนโลกนี้


..คุณ

เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว..

 


สิ่งแรก...และสิ่งสุดท้าย..

..ที่ผมปรารถนาจะเห็น


..และสัมผัสอีกครั้ง..

 

ต่อให้ต้องสดับเสียงหวนโหยครวญคร่ำของนรกโลกันต์ขุมใด..
สองมือจะแปดเปื้อนโลหิตของผู้คนมากเพียงไหน..

หรือต้องใช้นัยน์ตาต้องสาปนี้ประหัตประหารมนุษย์มากมายเพียงไร...

 

ผมก็จะรอ...

รอวันที่จะเห็น...ได้สัมผัส..และครอบครองคุณอีกครั้ง..

 

เพราะมันเป็นสัญญาระหว่างเราที่ไม่มีวันลบเลือน...

 

..สัญญา..
ที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยคำสัตย์...


..หากมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด..

 

'ไม่ว่าจะนานแค่ไหน... ฉันก็จะทำทุกอย่างให้นายได้ออกมาอีกครั้ง..'


น้ำเสียงแสนอบอุ่น...ซึ่งอ่อนโยนล้ำดวงตะวัน..


มือเรียวประคองใบหน้าคม...  หน้าผากเนียนแตะชิดใกล้จนลมหายใจรินรด..มิห่างไกล

 

..แม้ที่แห่งนี้จะเป็นเพียงโลกแห่งความฝัน... สัมผัสได้เพียงผิวเผิน..

 

..แต่เขาก็ยังอยากจะแบ่งปันความรู้สึกที่ท่วมท้นนี้ให้

 

ริมฝีปากบางแนบจูบอ่อนหวาน...ที่ไร้เดียงสา... หรือจริตมารยาใด..


แทนคำมั่น..

..และเป็นยิ่งกว่าตราประทับแห่งสัตย์สาบาน


ร่างเล็กถูกรั้งเข้าสู่อกแกร่ง... แขนยาวสวมกอดแน่น.. กระชับ... เช่นเดียวกับความรู้สึกที่อยากฝากฝัง... และกล่าวคำ...


หากการสัมผัสนั้น...ก็สื่อแทนคำพูดได้มากมายร้อยพัน..

 

...ไม่ว่านานเพียงไร...

..ก็จะเฝ้ารอ...


เรียวปากบางวาดรอยยิ้ม ยามเมื่อผละจากริมฝีปากบางนุ่มหวาน... และพรมจูบซ้ำอย่างไม่รู้หน่าย หากสัญชาตญาณกำลังร้องเตือน...


..นี่เป็นครั้งสุดท้าย..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ดวงตาต่างสีซึ่งมีสีสันดุจเดียวกับอัญมณีถึงสองชนิดปรากฏรอยปวดร้าว...


..เพราะตอนนี้ไร้แล้วซึ่งนภาอันสว่างไสว... และอ่อนโยนเกินใครผู้นั้น..


..ดวงใจ...
..แตกสลายดุจเม็ดทรายที่ร่วงหล่น..

 

"การรอคอยสิ่งที่ไม่มีวันเป็นจริง... มันเจ็บปวดนะครับ"


ถ้อยคำแผ่วเบา... ล่องลอยไปตามสายลม...


“สึนะโยชิ..”

 

The End.

 

Talk Zone : เกรียมกันสดๆ จากเตา... ปั่นกันสุดหูรูด.... ร้างมือไปนาน.. ไม่มี..สะดุดตรงไหน..ยำได้เต็มที่เลยนะคะ!!

 

เนื่องจากเป็น No.1 เช่นนั้นต้องมี No.2 และ No.3 ตามมาเป็นลำดับแน่ๆ ทนๆอ่านกันหน่อยนะคะ

*โค้ง*

ปล.เหตุมันเกิดเพราะทำงานไปฟังเพลงไป... จึงได้ซีรีย์ฟิคจากเพลงมาเช่นนี้ล่ะเน่อ~

edit @ 22 Jun 2008 17:50:23 by Lina

edit @ 22 Jun 2008 22:35:57 by Lina

[Original Fiction]..Snow..

posted on 12 Jun 2008 22:27 by yumi-lina  in NovelFiction

อัพแบบมึนๆ และเผ่นหนีไป..

เป็นออริที่แสดงสภาพจิตใจได้ดีเหลือเกิน.. 

 

 

[Original Fiction]..Snow..

 

Side Story : Ou Renge  

 

..สีขาว

สีขาวของหิมะ..

สีขาวแห่งเหมันต์ฤดูที่ปรายโปรยจากฟากฟ้า...


เศร้าสร้อย..และหงอยเหงา...

 

หยาดน้ำตาไร้ที่มาร่วงรินจากดวงเนตร.. มิได้ร่ำไห้ด้วยความโศกศัลย์.. แต่เพราะลึกๆ ในใจ.. ในห้วงคำนึงของตัวตน... ราวกับจะสดับได้ถึงเสียงกรีดร้องหวนไห้..

 

...ช่วย
..ช่วยที


.ใครก็ได้

 

..ช่วยฉันที

 

ฝ่ามือบางภายใต้แขนเสื้อของโค้ทตัวยาวยื่นรองรับเกล็ดหิมะ.. ศีรษะที่มีหมวกไหมพรมคลุมครอบแทบไม่เห็นเส้นผมสีน้ำตาลสั้นแหงนหน้าท้องฟ้าที่ใสกระจ่าง ซึ่งหม่นหมองราวทอดอาลัยเมื่อถูกฉาบด้วยสีสันแสนชืดชา..

 

เทาจาง..
ดุจหมอกควันที่แสนเศร้า..

 

บางครั้งก็อยากครวญคร่ำและตัดพ้อในโชคชะตาให้สาแก่ใจ..

เหตุใดเล่า?
ถึงมีแต่ฉันที่ทุกข์ตรม.. สูญเสีย..

 

เอื้อมมือคว้าสิ่งใดก็ฉวยได้เพียงความว่างเปล่า..


พยายามมากเพียงไรได้เพียงเฝ้ามอง..
และร่ำร้องเพรียกหา...


ไขว่คว้าความรัก.. ฉุดรั้งสิ่งสำคัญในอ้อมแขน..
ก็มลายหายสิ้น..


เหมือนภาพลวงตา... เหมือนสายหมอกยามเช้าที่เหือดหายเมื่อต้องแสงอรุณ..


จนไร้เรี่ยวแรง..ไร้กำลังจะยึดเหนี่ยว..


ต่อต้าน..ขัดขืน..

พยายาม..พยายาม..

สุขสม..สิ้นหวัง..

หวาดหวั่น..กลัวเกรง..

 

 

 

 


สีขาว..

สีขาวของหิมะที่ปรายโปรยละลานตา..


ร่วงหล่น..ตกสัมผัส..

ละลาย..เหือดหาย..


เพื่อเฝ้ารอฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมา..

 


ลมหายใจผ่อนพ่นเป็นควันขาว ขาก้าวยาวๆ ก่อนจะมาหยุด ณ หน้าป้ายสลักหินที่ถูกทับถมด้วยหิมะสีขาวเป็นกองสุมแทบไม่เห็นตัวอักษร.. ภาพ.. หรือสิ่งใดที่บ่งบอกว่าผู้หลับใหลใต้แผ่นดินอันเหน็บหนาวนี่คือผู้ใด?


ร่างบางหย่อนกายลงนั่งยองๆ ตรงหน้าป้ายหิน ฝ่ามือซีดขาวแดงเพราะไอเย็นแตะสัมผัสแผ่วเบา.. แม้จะเยียบเย็น.. หรือเลือนรางเพียงใด.. แต่เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น..


..หิมะ..
..หิมะสีขาวของฉัน..


'ฮิโรยูกิ ฮารุ'


END.