[Song Fic]...อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ...[1827][No.2]
posted on 01 Jul 2008 22:20 by yumi-lina in NovelFiction
Title : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ
Fandom : Katekyo Hitman Reborn!
Genre : Drama And Angst
Rate : PG-15
Pairing: 1827
Summary :
‘ความใจดีและความอ่อนโยนที่ไร้รัก... ก็ไม่ต่างอะไรเอาน้ำกรดราดผิว’
..เจ็บปวดและแสบร้อน..
..เกินทานทน..
เพลงประกอบ : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ
ศิลปิน : ดัง พันกร
********************************************
ร่างของเหล่าสัตว์กินพืชชั้นต่ำร่วงหล่นราวใบไม้ร่วง ยามท่อนโลหะเหล็กสีเงินตวัดฟาดฟัน โลหิตหลั่งเจิ่งนองทั่วพื้นราวจะย้อมปฐพีให้เป็นสีแดงที่ชุ่มโชกด้วยหยาดหยดสีครั่ง ท้องนภาครื่นครั้นหม่นแสง.. และไอแห่งความเยียบเย็นกรุ่นกำจาย... ละอองเม็ดฝนที่พร่างพร่ำทีละน้อยตกสัมผัสเสื้อสูทสีดำสนิทตัวนอกจนซึมชื้น...ลามไปถึงเสื้อเชิ้ตตัวใน นัยน์ตาสีดำสนิทดุจเดียวของผู้ล่าแหงนมองสีสันของยามนภาร่ำไห้...
..น้ำตาของ ‘นภา’ ที่กล่าวขวัญกันว่าสว่างไสวเกินผู้ใด
พิรุณปรายโปรยเรื่อยร่ำมิขาดสาย..ชะล้างกลิ่นสาบสางเหียนหืนของคาวเลือดสดใหม่ สายน้ำไหลเอื่อยตามแรงโน้มถ่วงสู่ที่ต่ำกว่า กระนั้นแล้วร่างสูงโปร่งที่ยืนเพียงลำพังก็ยังนิ่งงันมิเคลื่อนขยับแต่อย่างใด โดยสายตามิได้ละจาก ‘นภา’ ซึ่งบัดนี้ถูกคลี่คลุมด้วยเมฆาสีเทาเข้มหนาและวรุณหยดหยาดเป็นเส้นสาย
ตัวตนของเมฆาอันอิสระเสรีสมดั่งที่มันสามารถล่องลอยไปได้ทุกแห่งหน และมิถูกสิ่งใดยึดจับ..ครอบครอง... หากบ่วงแร้วที่พันธนาการเมฆาจนดิ้นไม่หลุด... และไม่อาจจากไปไหนได้ก็คือ ‘นภา’
ไม่ว่าจะชืดเฉย...เย็นชา.. หรือทำราวมิสนใจให้ความสำคัญเพียงไร.. เมฆาก็ยังคงรั้งอยู่เคียงนภามิไปไหน.. ดูแลไม่ห่างหาย
‘นภา ’
...สิ่งสำคัญที่มิอาจหาสิ่งใดเทียบเทียมเสมอเหมือน...
‘นภา’
...ซึ่งเมฆาแสนหยองหยิ่งผู้นี้จะมอบกาย..ถวายชีวิตให้ก็มีเพียงหนึ่งเท่านั้น...
...ซาวาดะ สึนะโยชิ...
เธอคนเดียวเท่านั้น
หยดหยาดของเส้นสายวารีพร่างพรมอย่างไม่รู้หน่าย... คลอล้นดวงหน้าอันไร้อารมณ์... ตรงข้ามกับแววตาหม่นร้าว... สัมผัสของความเปียกชื้นจากใครคนนั้นยังมิเหือดหายไป... เช่นเดียวกับตะกอนซึ่งถมทับในเบื้องลึกของ
จิตใจ..
เพราะน้ำตา..และความเศร้านั้น..
..ไม่ใช่ของเขา...
แต่มีเพื่อสายหมอกแสนลวงตาผู้นั้น
จึงได้รู้แน่ชัด...
ตลอดเวลาที่ผ่านมา...
ความอ่อนโยน.. ความใจดี... และความเชื่อใจ
การให้ความสำคัญ...
แม้จะได้รับมากกว่าผู้พิทักษ์คนใด... ก็ยังพ่ายสายหมอกมากเล่ห์นั้นอยุ่ดี
ในค่ำคืนที่แสนเงียบงัน จันทราส่องแสงเพียงบางเบาลอดผ่านกระดาษสาของบานประตูเลื่อน ทิ้งเงาไม้ใหญ่ให้ทอดนิ่งบนผืนเสื่อทาทามิ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมผะแผ่วคล้ายพลอดกระซิบคำรักแสนหวานแก่กัน เช่นเดียวกับสองร่างที่ตระกองกอดกันเหนือฟูกนอนหนานุ่ม
เสียงผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสงบบ่งบอกว่านิทรารมย์กำลังดำเนินไปอย่างงดงาม ท่ามกลางภาพฝันอันสุกสว่างและสดใส รอยยิ้มบางทาบประดับบนริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อ ซึ่งรสชาตินั้นหวานล้ำมิต่างจากน้ำผึ้งจันทร์เพ็ญ เส้นผมสีน้ำตาลระปรกใบหน้าขาวเนียนบดบังเสี้ยวหน้าละมุนไปกว่าครึ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวจึงเกี่ยวเส้นไหมนุ่มสลวยนั้นมาพันเล่น... ซ้ำยังเกลี่ยให้อย่างเบามือ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอประกายรอยเอ็นดูเปิดเผย
...เหมือนเด็ก
ฮิบาริคิด ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไร เค้าที่ดูอ่อนเยาว์ว่าอายุจริง นิสัยอ่อนโยน...ขี้ระแวง.. หวาดผวาง่าย... และใจดีอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้จะถูกซ่อนไว้ภายใต้ภาระที่ต้องแบกรับ หากในเนื้อแท้กลับมิมีอะไรเปลี่ยน..
..ยังคงเป็น ‘นภา’ ซึ่งอ่อนโยนและอบอุ่นมิคลาย..
“...ม...ร...”
ภวังค์ความคิดถูกฉุดรั้ง... ให้เบือนความสนใจไปยังร่างเล็กในอ้อมแขนที่เริ่มดิ้นกระสับกระส่าย คิ้วเรียวขมวดหม่นคล้ายฝันร้าย ใบหน้าหวานเหยเก... พอๆ กับเหงื่อกาฬที่ไหลพรากราวจับไข้ ริมฝีปากพึมพำแทบไม่ได้ศัพท์.. หากสองแขนบางๆ กลับมีแรงมากอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเจ้าตัวพยายามตะกุยตะกายคว้านหาบางสิ่ง..
บางสิ่ง...
ที่แสนสำคัญ...
บางสิ่ง...
ที่ครุ่นคิดถึงทุกเชื่อวัน...
บางสิ่ง...
ที่ซ่อนเร้นมิให้ผู้ใดล่วงรู้
“มะ....โร่...”
และในขณะที่คว้าจับได้เพียงความว่างเปล่า... หยาดน้ำตาก็ร่วงรินจากนัยน์ตาคู่โตที่มิเปิดลืม... ดุจเส้นสายจากฟากฟ้า ยามนภาหม่นหมองจนต้องร่ำไห้ ร่างสูงจึงตัดสินใจรั้งร่างนั้นเข้าสู่อ้อมแขนอีกครา... พร้อมสวมแน่นราวจะถ่ายทอดความอบอุ่นจากผิวกายนี้... และยืนยันให้ได้รับรู้ว่ายังมีผู้หนึ่งจะไม่จากไปไหน...
..อยู่ตรงนี้
จะไม่หนีหาย...
จะไม่จากไกล..
จะเคียงข้าง..
และ..
..จะอยู่กับเธอเสมอ..
ไหล่บางสั่นเทาราวลูกนก ฝ่ามือเนียนเกาะแน่นกับยูคาตะตัวบางจนยับย่น ใบหน้าหวานละมุนซบกับอกแกร่งทั้งน้ำตา ผ้าสีขาวบางๆ เปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำที่พร่างพรมจากนัยน์ตาคู่โต และราวกับยังคงอยู่ในฝันร้าย... ไม่ก็มีภาพเหตุการณ์ ณ ห้วงฝันคงติดตรึง ริมฝีปากบางๆ จึงได้เอื้อนเอ่ยดุจพร่ำเพ้อ
“อย่าไป.. อย่าไปไหนน่ะ...” มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กแผ่วเบาด้วยสัมผัสที่เปี่ยมล้นการปลอบประโลม
..เสียงสะอื้นดังสะท้อนเรื่อยร่ำ..
“นะ..” มือเรียวกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นอีกนิด
..เหมือนการสะท้อนของเสียงแห่งความแตกสลาย...
“มุคุโร่..” สองมือตกลงข้างตัว...
..อย่างมิอาจประคองสิ่งใดไว้ในอ้อมแขนได้อีกต่อไป..
**********************
หากความรู้สึกที่มีให้แก่เป็นเพียงความห่วงใย..
แล้วอ้อมแขนของตนเป็นเพียงเงาแทนของใครสักคน..
สิ่งนั้น..
ทำให้เจ็บถึงเพียงไหนกันนะ?
**********************
“คุณฮิบาริ...”
กระแสเสียงหวนโหยและอ่อนแรง ดวงตาสีน้ำตาลใสซึ่งมักมีน้ำหล่อเลี้ยงจนแวววาวอยู่เสมอแห้งผาก ถึงจะมีร่องรอยแห่งความโรยราในชีวิตที่ใกล้มอดดับก็ยังคงไม่ละทิ้งความอ่อนโยน
..เป็นความอ่อนโยนที่เขาเกลียดนัก
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...สัญญากับผมได้ไหมครับ?”
สัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือนุ่มนิ่มที่เคยอบอุ่นยิ่งกว่าใคร ตอกย้ำในความบอบบางของชีวิตที่กำลังจะปลิดปลง..ดับหาย...ราวเปลวเพลิงไหวลู่ต้องสายลม
“สัญญานะครับ.. ว่าจะไม่ทิ้งทุกคน”
โดยไม่รอคำตอบ...
เจ้าของสัญญา...ผู้กล่าวคำก็หลับตาลง..
...ในการนิทราที่แสนยาวนาน...
“แล้ว... จะให้ฉันให้คำตอบอย่างไร”
อินทรีแกร่งที่สยายปีกปกปักษ์นามิโมริมาเนิ่นนานเอ่ยถาม หางเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย ด้วยไม่สามารถข่มความปวดร้าว... จะลามเลีย..แทรกซึมไปทุกอณู... กัดกร่อน... ทำลายดวงใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาให้ผุพัง
เพราะนี้เป็น ‘นภา’ เพียงหนึ่งเดียว
ซึ่งมอบชีวิตให้
กระนั้นแล้ว..
หากปกป้องไม่ได้..
จะมีความหมายอะไร?
ร่างสูงโน้มลงแตะริมฝีปากบนหน้าผากเนียนแผ่วเบา แววตาทอดความอาลัยสุดใจ... ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมนุ่มนิ่มมาพันเล่นอย่างเลื่อนลอย
รู้ไหม?
“ความใจดีและความอ่อนโยนที่ไร้รัก... ก็ไม่ต่างอะไรกับเอาน้ำกรดราดผิว”
..แล้วจรดลงบนริมฝีปากบางที่เริ่มซีดขาวและเย็นเยียบ..
..เจ็บปวดและแสบร้อน..
..เกินทานทน..
The End.
Talk Zone : ชั่ว... งานการไม่เดิน... นั่งปั่นฟิคเศร้าแก้เสี้ยน?ไปเรื่อย... Hibari FC ให้อภัยลินเถอะนะค่า~!!!!!!!!