Title : 花咲く少女 -Hana saku Shoujo- 
Fandom : Shingeki no Kyojin or Attack on Titan
Rate : PG-15
Pairing: Levi x Eren(C)
 
 
 
Author:
เรื่องนี้แต่งกันสองคนค่ะ เราเจ้าของบล็อคนี้กับเพื่อนคนนี้ @hitorijanai เจ้าของบล็อคที่ลิ้งค์ไปน่ะค่ะ 
 
 
 
หมายเหตุ : เรื่องนี้เอเลนเป็น 'ผู้หญิง' ค่ะ สาย C(Change) หรือเรียกอีกอย่างว่า Genderbend เป็นการที่ตัวละครสลับเพศเดิมน่ะค่ะ
 
 
 
 
 
 
เนื่องจากฟิคนี้แต่งเพื่อความฟินส่วนตัวของผู้แต่งทั้งสองคน..
พงพล็อตไม่มีนะคะ เอามันอย่างเดียว ผิดพลาดไปตรงไหนนี่ขออภัยจริงๆ ค่ะ
 
 
::ประกาศ::
 
มีเพจไว้ค่อยอัพเดทข่าวสารการอัพแล้วค่า
 
 
 
 
*Index*
 
 
 
 
 
 

花咲く少

Hana saku Shoujo

-5.2-

 

แสงสว่างรำไรของดวงอาทิตย์ค่อยๆ เยี่ยมหน้าผ่านหมู่เมฆและเงาไม้ของป่าเขาตามเวลาที่ล่วงเลยทีละน้อย ยามเช้าของอดีตศูนย์บัญชาการทีมสำรวจเงียบสงบไร้สุ้มเสียงใด ตรงข้ามกับศูนย์บัญชาการหลักในปัจจุบันที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนผลัดเวรยามปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ

 

ปราสาทเก่าคร่ำครึนีี่...มีผู้อยู่อาศัยประจำแค่เพียงไม่กี่คน

 

เงาคนเคลื่อนไหววูบวาบไปมาและเสียงกุกกักที่ไม่ค่อยคุ้นหูจึงนำทางฮันซี่มายังห้องทำครัว จากความตั้งใจเดิมที่แค่จะมาขนมปังกับน้ำสักเหยือกมารองท้องเท่านั้น

 

ผู้บังคับหมู่ตัดสินเปิดประตู

 

ร่างสูงโปร่งของเด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มจัดที่ถูกตัดสั้นเหลือเพียงปอยบางส่วนระลงปิดหลังคอกำลังง่วนอยู่หน้าเตา มือเรียวปอกเปลือกและหั่นหัวมันให้มีขนาดพอเหมาะอย่างตั้งใจโดยมีผ้ากันเปื้อนคลุมช่วงท้องเรียบร้อย อาจไม่ได้ดูคล่องแคล่วอะไรมาก แต่ก็ไม่เก้กัง

 

ควันของไอน้ำที่เดือดได้ที่จากในหม้อดังขึ้นพอดีคงกลบเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาของหญิงสาว เด็กคนนั้นวางมีด ค่อยๆ ใส่หัวมันที่หั่นเตรียมไว้ พร้อมกับผักอย่างอื่นที่พอจะหาได้

 

"ทำอาหารเป็นด้วยเหรอเอเลน?"

 

โพล่งถามขึ้นลอยๆ มือที่กำลังตัดน้ำซึปขึ้นมาจะชิมเพื่อปรุงรสสะดุ้งเฮือก แทบทำตะบวยหลุดมือ ดีที่เธอคว้าไว้ทัน

 

"โทษทีๆ จู่ๆ โผล่มาเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงคงจะตกใจสินะ"

 

เด็กสาวพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนว่า

 

"นิดเดียวครับ... ว่าแต่เมื่อกี้คุณถามผมว่า-ทำ-อะไรเป็นเหรอครับ?"

 

คนอายุมากกว่าทุบกำปั้นลงกับฝ่ามือ แล้วทวนคำถามอีกครั้ง เอเลนยิ้มแหยเหมือนไม่ค่อยอยากจะนึกถึงสาเหตุเท่าไหร่นัก

 

"ยัยมิคาสะมือหนักน่ะครับ เวลาเตรียมอาหาร ถ้าต้องใช้มือหรือหั่นแม่เลยให้ผมช่วยนิดหน่อย ตอนยุ่งๆ ก็เลยพอจำวิธีทำอาหารง่ายๆ ได้"

 

ฮันซี่ร้อง 'อ๋ออ~อ" ยาวเป็นเชิงรับรู้และเข้าใจ ก็ประเภทเดียวกับรีไวนี่น่ะ หมอนั่นเองก็มือหนักใช่ย่อย...

 

คิดแล้วสยอง

 

ยังไม่ทันให้พูดคุยอะไรกันต่อ ตาดีๆ ของฮันซี่ก็เหลือบไปเห็นตรงท้ายทอยขาวของเด็กสาวที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำอาหารต่อ ปลายผมที่ตกลงไปจากตำแหน่งเดิมเผยให้เห็นรอยแดงจ้ำคล้ำลักษณะเหมือนคมเขี้ยวฝังเป็นรูปฟัน วิเคราะห์จากความแดงช้ำขนาดนั้นพ่อคุณต้องทั้งดูดทั้งเม้มแถมให้แหง สันนิษฐานได้เลยว่าตอนทำคงมันในอารมณ์ไม่หยอก และคนเดียวในปราสาทที่จะขย้ำเด็กคนนี้ซะจม-เขี้ยว-ขนาดนี้ได้ก็มีแค่...

 

"รีไวปล่อยให้นอนมั้งมั้ยนั้น? เอเลน"

 

หญิงสาวถาม พลางเอนกายพิงกรอบประตูด้วยท่วงท่าสบายๆ มือคว้าแอปเปิ้ลขนาดพอดีมือมากัดกร้วมอย่างเอร็ดอร่อย มองหน้าเหวอๆ ของคนโดนถามที่หันขวับมา ผิวแก้มแดงแปร๊ดซะเปลือกแอปเปิ้ลในมือเธอหรือมะเขือเทศบนเขียงชิดซ้ายไปเลย

 

ริมฝีปากอ้า...หุบเข้าหุบออก พะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ผิดกันตรงที่ถ้าเป็นปลาคงโดนทุบหัวแบะแล้วโยนลงกระทะ แต่กับเด็กที่ทำหน้าเหมือนจะระเบิดเพราะความเขินได้ตรงหน้านี่ น่าแกล้งหยอกต่อซะมากกว่า

 

"คะ...คุณฮันซี่!"

 

เสียงใสแบบเด็กยังไม่แตกเนื้อสาวดีถามปากคอสั่น น้ำตารินรื้นตรงขอบตา ริมฝีปากบางเม้มแน่น แก้มเนียนแดงระเรื่อลามไปทั่วใบหน้า

 

"ระ...รู้ ได้ยังไงครับ!?"

 

คนอายุมากกว่ากัดแอปเปิ้ลอีกคำ ก่อนแตะมือแถวหลังคอใบ้ว่า-รู้-จากอะไรกลายๆ ท่าทางตื่นๆ ที่แสดงออกมาอย่างซื่อตรงนี่มัน...

 

"แหม่ะ~ สดชื่นดีจริ๊งจริง" ....มิน่า รีไวถึงได้กินเด็ก

 

ประโยคหลังคิดต่อในใจ เธอยังปรานีพออะนะ ที่สำคัญเดี๋ยวจะเขินหนีเตลิดไปอดรู้เรื่องสนุกๆ ก็แย่เลยน่ะสิงั้น!

 

"ยัยสี่ตา!"

 

น่าเสียดาย...คุณผู้ปกครองดันมาซะก่อนนี่สิ ดวงหน้าเย็นชาพร้อมนัยน์ตาสีเทาคมกริบเยี่ยมหน้าเข้ามาในห้องครัว มือรั้งช่วงขอบประตูที่เปิดค้างอยู่

 

คุกคามสุดๆ ...

 

มือเรียวยาวเสยผมสีดำขลับที่ระลงมาปรกหน้า วันนี้...หัวหน้าทหารผู้เนี๊ยบไปทุกระเบียดนิ้วโผล่มาในสภาพที่ไม่เนี๊ยบกริบเช่นทุกครา

 

ต่อมช่างสงสัยทำงานทันที และพอกวาดสายตาสำรวจเพื่อนร่วมงานถนัดถนี่ก็...ได้เรื่องเลยจ้า~

 

ร่างเตี้ยกว่า หากสันทัดและค่อนข้างล่ำสันในแบบทหารผู้เจนศึก สวมใส่เพียงเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางซึ่งคอค่อนข้างกว้าง ตามลาดไหล่แน่นหนั่นจึงเปิดเผยพอควร แสดงให้เห็นร่องรอยจางๆ อนุมานว่าคงเป็นข่วนจากเล็บมือ บ้างก็รอยขบที่ดูเหมือนรอยจูบเบาๆ มากกว่า

 

แน่แหละ เอเลนคงไม่กล้า-กัด-รีไวแบบที่เจ้าตัวทำกับเด็กนั้นหรอก

 

เหมือนรู้ตัวว่าถูกนินทา... เสี้ยวนาทีที่เดินผ่านใบหน้าคมนั้นจ้องเขม็ง

สายตาเย็นเยียบกดดัน เรียวปากที่ขยับอย่างไร้เสียงว่า 'อย่าคิดยุ่งกับของของคนอื่น!' 

 

"เอเลน..."

 

รีไวเรียก น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นอ่อนลงกว่าแต่ก่อน แม้ไม่ถึงขั้นอ่อนหวานอบอุ่น แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่มากแล้วสำหรับผู้ชายที่ไม่ค่อยสนใจใครคนนั้น

 

สายตาอ่อนลงอย่างที่แทบจะเรียกได้ว่านุ่มนวล...จนแทบไม่เหลือเค้าความดุดัน ยิ่งเจ้าของชื่อขานรับพร้อมรอยยิ้มบาง บรรยากาศอ่อนหวานราวโลกมีเพียงสองเราก็กระจายตัวในห้องครัวนี้อย่างรวดเร็ว

 

พอๆ กับความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังเป็นส่วนเกิน... 

 

หญิงสาวผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับหมู่ โบกมือเป็นเชิงสั่งลา ถึงจะคิดว่าสองคนนั้นจะแทบลืมตัวตนของเธอไปแล้วก็เถอะ

 

กลิ่นหอมจางๆ ของซุปอุ่นกรุ่นในอากาศ เอเลนหรี่ไฟในเตาให้ค่อยๆ มอดลง ก่อนหมุนกายไปหาร่างสันทัดสมส่วนในชุดลำลองดูผ่อนคลายแปลกตาที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งยืนบนโต๊ะวางของกลางห้อง

 

"มาสิ"

 

รูปประโยคเหมือนคำสั่งให้ปฏิบัติตาม แต่น้ำเสียงกับรอยยิ้มบางที่ส่งมาขับให้คลื่นร้อนๆ มาเลี้ยงใบหน้าซะแทน

 

ไม่ต้องให้พูดซ้ำ... เด็กสาววางมือลงบนฝ่ามือที่ยื่นมาหา ปลายนิ้วแตะกันเพียงนิด ฝ่ายคนอายุมากกว่าก็เลื่อนมือกุมกระชับ จับมือนั้นไว้ นิ้วเรียวยาวค่อนข้างสากและหยาบกร้านประสานเข้ากับนิ้วมือทั้งห้าอย่างนุ่มนวล

 

ดวงตาสีเทาจาง...มองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อน้อยๆ บนพวงแก้มอย่างอ่อนโยน

 

“เอเลน...”

 

ลองเรียกชื่อของคนในอุ้งมืออีกครั้ง เมื่อเห็นว่าก้มลงไปจนคางแทบชิดอกอยู่แล้ว

 

เด็กๆ นี่ซื่อ...  

แถมน่ารักจนน่าแกล้ง.. 

 

รีไวคิด ขณะที่ประคองใบหน้าแดงก่ำขึ้นสีจัดจนเหมือนเด็กตรงหน้าจะมีควันพวยพุ่งออกมาได้

 

ดวงเนตรสีเขียวใสเด่นราวมรกตสบกับนัยน์ตาสีเทาคู่คม ลมหายใจอุ่นระรดจากความใกล้ชิดของกันและกัน หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงจากอวัยวะภายใต้แผ่นอกด้านซ้ายเต้นระรัว เสียงรอบตัวเริ่มเลือนหาย...คล้ายกับหูสดับได้เพียงเสียงของหัวใจที่เต้นแรงในร่างและตาก็รับรู้เพียงใบหน้าที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหาเท่านั้น 

 

 

แสงแดดยามเช้าที่ผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดโล่ง ห้องครัวแสนเงียบสงบจนได้ยินเสียงของนกนน้อยที่เริ่มออกบินหากิน

 

ร่างของคนสองคนอิงแอบแนบชิด...มอบจุมพิตให้กันอย่างอ่อนหวาน

ท่ามกลางแสงสีทองแห่งอรุณรุ่ง บรรยากาศเสมือนยืนเบื้องหน้ากางเขนในโบสถ์อันยิ่งใหญ่

และนี่เป็นพิธีสาบานรัก...

 

Until death do us apart.

จนกว่าความตายจะพรากเราจากกัน 

 

หนึ่งในคำมั่นสาบานของคู่แต่งงาน...ที่เคยมอบให้แก่กันดังก้องอยู่ในหัว

 

 

 

 

หลังจากคืนดีกัน...ไม่สิ ต้องเรียกว่า-ปรับความเข้าใจ-กันจะดีกว่า เอเลนรู้สึกว่าหมู่นี้หัวหน้าชักจะทำตัวติดกันมากขึ้นทุกที ขนาดไปเข้าประชุมที่ศูนย์บัญชาการใหญ่ หัวหน้าก็ยังพาเธอไปด้วย ถึงจะแค่จับมาวางแหมะไว้ในห้องทำงานส่วนตัวของอีกฝ่าย ไม่ถึงขั้นเอาไปนั่งประชุมด้วยก็แปลกอยู่ดี ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้แค่ให้สั่งคนมาเฝ้าไว้สองสามคน

 

ถึงจะดูเหมือนเข้มงวดกับเธอมากกว่าเดิมแบบนั้น แต่เด็กสาวกลับได้รับอนุญาตให้ออกมาภายนอกปราสาท สามารถเข้าร่วมการฝึกซ้อมกับเพื่อนฝูงได้ โดยมีข้อแม้ว่าทุกครั้งที่ลงสนามฝึกต้องมีเจ้าตัวตามมาด้วย...

 

ซึ่งแน่นอน....เธอจะได้ฝึกกับใครล่ะนอกจากหัวหน้าน่ะ!

 

ใจจริงก็อยากจะตะโกนใส่ด้วยประโยคนี้หรอกนะ เสียแต่ไม่ใช่เพราะหัวหน้ารีไวซะทีเดียว เหตุการณ์เมื่อตอนฝึกครั้งที่แล้วที่เธอแอบดอดหนีมาโดยไม่บอกหัวหน้า แล้วโดนลากอุ้มพาดบ่าไปทั้งๆ แบบนั้น ดังน้อยซะเมื่อไหร่ จากแค่รู้กันเพียงในลานฝึกวันนั้น รุ่งขึ้นก็รู้กันทั้งทีมสำรวจในหมู่รุ่นพี่ ดีไม่ดีข้ามไปถึงฝั่งพวกรุ่น 104 ถ้าหัวหน้าหน่วยเออร์วินไม่มาออกโรงปรามกันซะก่อน

 

ใครว่ามีแต่ผู้หญิงที่ชอบเรื่องนินทา?  

ทีมสำรวจส่วนใหญ่ที่มีแต่ผู้ชาย ไอ้พวกข่าวซุบซิบยังแพร่ได้เร็วกว่าไฟลามทุ่งเลย!!

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้...จะว่ายังไงดี ผมว่าหัวหน้าแปลกๆ นะครับ”  

 

เอเลนถาม ขณะที่อยู่กันตามลำพังสองคนในห้องส่วนตัว หัวหน้าทหารเหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อยพลางเอียงคอ คางที่เกยบนลาดไหล่มนเปลือยเปล่าที่มีเพียงสายคาดของเสื้อนอนชิ้นบางเกลือกไปมา ปลายคางสากๆ ที่เริ่มมีหนวดขึ้นรำไรระคายผิวจนนิ่วหน้า

 

“หัวหน้า...ลืมโกนหนวดเหรอครับ”

 

เด็กสาวบ่นอุบ ก่อนจะสะดุ้งเฮือก กับอ้อมแขนที่โอบประคองเอวอยู่รัดแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับมือที่เริ่มเลื้อยไล้ไปตามแนวโครงร่าง ไต่ขึ้นจากหน้าท้องราบเรียบไร้ส่วนเกิน ร่างเพรียวบางที่ถูกบังคับจับนั่งบนตักอีกฝ่ายพยายามขืนตัวหนี

 

“อย่าครับ...นี่คุยกันอยู่นะ...”

 

คนอายุน้อยกว่าประท้วง ขืนปล่อยไปได้ทำอย่างอื่นแทนคุยกันเฉยๆ พอดี เสียงครางฮือในลำคอด้วยความขัดใจแว่วมา ซ้ำทับด้วยลมหายใจร้อนผ่าวริมหู

 

รู้สึกอีกที... ร่างของเด็กสาวก็โดนกดลงกับฟูกนอน ใบหน้าเนียนแนบไปกับผืนผ้าปูสีขาวสะอาดค่อนข้างเย็นเพราะอากาศ ผิดกับแผ่นหลังที่ใครอีกคนโน้มลงมาทาบทับ...ร้อนเร่า หลังคอสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นนุ่มลื่นของปลายลิ้นที่แลบเลียลงมาสลับกับขบเบาๆ

 

“ถะ...ถ้า...ทิ้งรอยไว้....ตรงนั้น... มันจะ....”

 

เอเลนปรามเสียงสั่น เส้นประสาทเต้นเร้าเจ็บแปลบปนเสียวซ่านประหลาด

 

ศีรษะถูกพลิกไปรับจุมพิตที่กดย้ำลงมา ลิ้นอุ่นแตะเบาๆ ราวขออนุญาต ก่อนจะเริ่มรุกไล่เข้าไปภายในโพรงปากนิ่ม นัยน์ตาสีเขียวมรกตปรือปิดลงอย่างช้าๆ ตอบรับสัมผัสที่ล่วงล้ำเข้ามาอย่างเต็มใจ

 

สุดท้าย...

ก็เลยไม่ได้คุยกัน...

 

อนุสติล่องลอยไปไกลแสนไกล... ขาวโพลน ว่างเปล่า หากเธอกลับไม่กลัวแม้แต่น้อย อ้อมแขนอบอุ่นและลมหายใจผ่ะผ่าวที่ระรินบนผิวกายนั้นชวนให้ปลอดภัย ปรารถนาที่จะอยู่เช่นนี้ไปนานที่สุดตราบเท่าที่จะทำได้

 

ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับดวงหน้าอันคุ้นเคยสะท้อนมาในกระจกเงา ใบหน้าโรยแรง ดวงตาแห้งผากแสดงถึงความเหนื่อยล้า

 

จู่ๆ เธอก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมา... ในหัวหมุนคว้างไปหมด คลื่นไส้จนไม่อาจนอนอยู่เฉยๆ ได้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเดินด้วยอาการสะลึมสะลือมาถึงอ่างล้างหน้า

 

แล้วจากนั้น...จากนั้น.....

 

“อุ่ก!” เหมือนมีอะไรจะขับดันขึ้นมาจากในช่องท้อง มือเรียวกำขอบอ่างไม้ไว้แน่น และโก่งคออาเจียน

 

ปวด....ปวดหัว แสบคอด้วย...

 

เพราะในระหว่างนอนหลับ ร่างกายไม่ได้มีการรับอาหารเข้าไปในกระเพาะ เมื่ออาเจียนกะทันหันจึงมีเพียงน้ำย่อยออกมาเท่านั้น กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาตามลำไส้และหลอดอาหาร สร้างความทรมานให้มากกว่าเดิม แทนที่สำรอกออกไปแล้วจะโล่งขึ้น กลับปวดแสบปวดร้อน และรู้สึกคลื่นไส้กว่าเดิม

 

เปลือกตาปรือปรอย... เหนื่อย...จนอยากหลับไปทั้งๆ แบบนี้  แต่ถ้าหัวหน้ามาเห็นสภาพเละเทะแบบนี้เข้าเธอต้องโดนดุยกใหญ่แหงๆ เอเลนพยายามพยุงตัวขึ้น หากลุกขึ้นได้เพียงนิดก็ซวนเซล้มลงไปกองกับพื้นหินเช่นก่อนหน้า ซ้ำมือยังปัดไปโดนข้าวของเครื่องใช้ในห้องน้ำล้มระเนระนาด

 

อา....

แบบนี้

 

เดี๋ยวหัวหน้าก็...

 

“หัว...หน้า...”

 

 ...ตื่นพอดี

 

ริมฝีปากเอ่ยเรียกได้ไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ศีรษะที่พิงพับกับผนังได้เลื่อนไหลตามร่างที่หมอบราบกับพื้นหินเย็นเฉียบ

 

“เอเลน!”

 
 
 
-To be continued-
 
 
 
 
 
 
Talk Zone by Lina : คิวต่อไปตามผลโหวตเป็นผู้กองกินเด็กตอนสามนะคะ
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ต่อเลยค่ะๆๆๆๆ ดิ้นๆอยู่กับพื้นรอไรท์มาต่อแล้วค่ะcry cry cry

#8 By Benz (171.4.250.185) on 2013-10-09 23:59

ท้องงงง เอเลนแกท้องแน่แน่ cry cry cry
ครบสูตรแม่บ้านแม่เรือนเนอะ
ทำอาหารเป็น ส่วนสามีก็ทำความสะอาดเก่ง #ขำ
ว่าแต่ ทำไมหัวหน้าหวานงี้ค้าบบบบบ

#7 By J u ★ k i A ` on 2013-08-19 20:28

หวานอ่ะ >///<
ถึงกับยิ้มค้างหน้าคอมเลย
แหม
ขอแซวหน่อยเถอะ
ที่ไม่ยอมโกนนวดเนี่ย
จะได้หน้าเข้มหน้าดุยิ่งขึ้นไว้ใช้คุกคามคนที่จะเข้ามายุ่งกับเด็กในสังกัดรึป่าวคะเฮย์โจว

#6 By Taraikari on 2013-08-19 01:02

หนูรอตอนต่อไปอยู่แต่งให้เร็วๆนะค่า

#5 By Supawal (125.25.162.107) on 2013-08-18 21:21

หวานนนนนนนมากกกเจ้าค่าาาาา >//[]//< 
เอเลนเจ้าท้องรึ!!!! -*0*-

#4 By Platinum [Peem] on 2013-08-18 18:28

กรี๊สสสส หว๊านนนนนน หวาน /จมน้ำตาลตาย
อะ..อะ..เอเลนจะท้องสินะo__O?!

#3 By หมีลี่ on 2013-08-17 14:47

อย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ห่างกันนิดเดียวเอง นางเงือกน้อยของฉัน ฮือๆๆๆ
ไอ้หย๋า ทำเด็กท้องซะแระ เรื่องใหญ่เลยนะเนี๊ยะ

#2 By fukaze on 2013-08-17 12:26

หวาน หวาน หวาน คนอ่านจะสำลักความหวานตายแล้ว ถึงเฮย์โจวจะไม่ทำอะไรมาก แต่แบบ มันรู้สึกได้ถึงตวามหวานเลยอ่า
ว่าแต่เอเลนทำอาหารเป็นด้วย OoO น่าตกใจเหมือนกันนะเนี่ย คิดแล้วอยากกินบ้าง อิจฉาเฮย์โจวว
ว่าแต่เรื่องนี้ฮันนซี่น่าสงสารนะคะ ตอนเค้ามีปัญหากันก็มาคอยช่วยแต่พอเค้าเข้าใจกันดีแล้วเนี่ย กลายเป็นส่วนเกินขึ้นมาทันทีเลย
ว่าแต่ตอนท้ายนี่ จบค้างมากไปมั้ยค่ะ คนอ่านคิดมากอ่า >< นี่เอเลนท้องใช่มั้ย ใช่มั้ย ใช่สิ อาการมันให้มากเลยน้าา ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ท้องชัวเลย เฮย์โจวก็ไม่เคยป้องกันด้วย >///<
คนเขียนอย่ามาเฉลยตอนหน้าว่าเป็นโรคกระเพาะนะคะ =="
แอบดีใจที่ตอนต่อไปจะเป็นผู้กองกินเด็ก เพราะเค้าก็ไปแอบโหวตเหมือนกัน >< แต่ตอนนี้มันจบค้างมากก มาต่อดอกไม้ดีกว่าค่ะ ฮาาาา
รออ่านตอนต่อไปนะค่ะ

#1 By MeeniN (114.109.106.106) on 2013-08-17 10:41